วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วิธีทำลายเชื้อแบคทีเรียในฟองน้ำล้างจาน



                     

 วิธีทำลายเชื้อแบคทีเรียในฟองน้ำล้างจาน




                      วิธีลดหรือทำลายเชื้อแบคทีเรียในฟองน้ำล้างจานจะมีด้วยกันอยู่หลายวิธี โดยหลังจากที่เราใช้ฟองน้ำล้างทำความสะอาดภาชนะและอุปกรณ์ต่างๆ ในครัวเสร็จแล้ว สิ่งที่ต้องทำก็คือ

1. นำฟองน้ำไปล้างน้ำเปล่าให้สะอาดแล้วนำออกไปตากแดดจัด ตากทิ้งไว้อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง วิธีนี้อาจจะไม่เห็นผลได้ 100% หากในวันที่ไม่มีแสงแดด

2. ควรหมั่นนำฟองน้ำไปต้มในน้ำเดือด เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อ จากนั้นบีบฟองน้ำให้แห้งก่อนนำไปตากแดด

3. นำน้ำกรดน้ำส้มหรือน้ำส้มสายชู  ผสมกับน้ำเปล่าในสัดส่วนน้ำส้มสายชู 4 ช้อนโต๊ะต่อน้ำครึ่งลิตร แล้วนำฟองน้ำที่ใช้ล้างภาชนะในแต่ละวันไปแช่ทิ้งไว้ค้างคืน แล้วทำอย่างนี้ทุกวันแต่ควรเปลี่ยนน้ำส้มสายชูทุกครั้งก่อนการแช่ วิธีนี้ภาวะที่มีความเป็นกรดนั้นจะช่วยไปลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ให้อยู่ใน ระดับปลอดภัยแก่การบริโภคได้

               เมื่อเราทราบวิธีทำลายเชื้อแบคทีเรียในฟองน้ำล้างจานกันแล้ว แต่ทางที่ดีเราควรจัดสภาพของห้องครัวให้โปร่งอากาศถ่ายเท แลมีแสงลอดผ่านเข้ามาได้ และที่สำคัญควรแยกฟองน้ำสำหรับการใช้งานที่ต่างกัน เช่น ฟองน้ำล้างจาน ควรเป็นคนละแผ่นกับฟองน้ำเช็ดเคาน์เตอร์หรือตัวเตา และเมื่อสกปรกมากควรเปลี่ยนทันทีอย่าปล่อยทิ้งไว้จนเกิดเชื้อรา



สืบค้นข้อมูล เมื่อวันที่ 21 / 6 / 2558




วิธีการล้างภาชนะอย่างมีประสิทธิภาพ



 

                     วิธีการล้างภาชนะอย่างมีประสิทธิภาพ

การวางแผนที่ดีทำให้เราสามารถปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนตามที่กำหนดไว้ได้ ซึ่งนอกจากเราจะวางแผนได้แล้ว เรายังต้องเรียนรู้วิธีการปฏิบัติงานที่ถูกต้องด้วย เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ เช่น ในการล้างภาชนะมีขั้นตอนการทำงาน ดังนี้

1. ขั้นเตรียมการ

  • สำรวจสิ่งที่จะต้องล้างว่ามีไร บ้าง จำนวนมากน้อยเพียงใด แล้วรวบรวมสิ่งเหล่านั้น ถ้าภาชนะมีเศษอาหารเหลืออยู่ ไม่ควรนำมาวางซ้อนกัน เพราะจะทำให้ภาชนะใบที่ซ้อนสกปรกมากขึ้น
  • กวาดเศษอาหารลงในถุงขยะที่เตรียมไว้แล้วผูกปากถุงให้เรียบร้อย นำไปทิ้งในถังขยะหรือเราอาจนำเศษอาหารไปเป็นอาหารของสัตว์เลี้ยง
  • เมื่อกวาดเศษอาหารแล้ว หากพบว่าภาชนะที่จะล้างมีคราบสกปรกหรือมันมาก ให้ใช้กระดาษชำระเช็ดทำความสะอาดก่อน จะทำให้ล้างภาชนะได้งานขึ้น
  • จัด เรียวภาชนะประเภทต่างๆให้เรียบร้อย โดยเรียงจากขนาดใหญ่ไปหาเล็กแล้วนำไปไว้ตรงที่ล้าง ถ้าสิ่งที่จะต้องล้างมีจำนวนมาก ควรหากะละมังหรือภาชนะที่มีขนาดพอเหมาะมาใส่เพื่อให้ขนย้ายสิ่งเหล่านั้นไป ยังสถานที่ล้างได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
  • คาดคะเนปริมาณน้ำที่ต้องการใช้ในการล้างภาชนะแต่ละขั้นตอน
  • คาดคะเนขนาดของภาชนะใส่น้ำให้พอเหมาะกับปริมาณน้ำและภาชนะที่จะล้าง
  • คิดถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้สำหรับล้างภาชนะและสถานที่เก็บอุปกรณ์เหล่านั้น
  • จัดเตรียมอุปกรณ์โดยไม่ให้สิ้นเปลืองเวลาและแรงงาน
ใน การจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับล้างภาชนะ อันได้แก่ น้ำยาล้างจาน กะละมังและฟองน้ำสำหรับล้างภาชนะหากเราจัดเก็บไว้ที่เดียวกันก็สามารถหยิบมา ใช้ได้ทันที แต่หากเราเก็บไว้คนละที่ก็ต้องคำนวณว่าจะหยิบสิ่งเหล่านั้นอย่างไรให้เสีย เวลาและแรงงานให้น้อยที่สุด

2. ขั้นล้างภาชนะ

  • รองน้ำใส่กะละมังใบที่ 1 ให้มีปริมาณพอเหมาะกับจำนวนภาชนะที่จะล้าง
  • นำกะละมังใบที่ 2 มารองน้ำเตรียมไว้สำหรับผสมกับน้ำยาล้างจาน
  • ล้าง ภาชนะด้วยน้ำสะอาดในกะละมังใบที่ 1 โดยล้างภาชนะที่มีความสกปรกน้อยก่อน เช่น แก้วน้ำและช้อนส้อม เพื่อไม่ให้คราบน้ำมันและเศษอาหารติดแก้วน้ำ
  • เทน้ำในกะละมังใบที่ 1 ออก แล้วรอล้างด้วยน้ำยาล้างจาน
  • ผสมน้ำยาล้างจานลงในกะละมังใบที่2 ให้มีความเข้มข้นและปริมาณพอเหมาะกับจำนวนภาชนะที่จะล้าง
  • ล้างภาชนะในน้ำยาล้างจานที่ผสมไว้ทีละใบ โดยเริ่มต้นจากภาชนะที่มีความมันน้อย
  • นำกะละมังใบที่ 1 มาล้างน้ำยาล้างจาน
  • เมื่อล้างภาชนะต่างๆหมดแล้ว ให้ล้างกะละมังที่ใส่น้ำยาล้างจานนั้นด้วย
  • ในขณะที่ล้างภาชนะด้วยน้ำยาล้างจานให้รองน้ำใส่กะละมังใบที่ 3
  • ล้างกะละมังใบที่ 1 และ 2 ด้วยน้ำจนสะอาด นำกะละมังใบที่ 1 เก็ยไว้ ส่วนอีกใบหนึ่งนำมารองน้ำสำหรับล้างภาชนะครั้งที่ 2
  • นำภาชนะที่ล้างด้วยน้ำยาล้างจาน มาล้างด้วยน้ำสะอาดครั้งที่ 1 ในกะละมังใบที่ 3
  • เมื่อล้างน้ำคั้งที่ 1 เสร็จเทน้ำออก แล้วล้างกะละมังให้สะอาด รองน้ำที่เตรียมไว้ล้างภาชนะครั้งที่ 3
  • ล้างภาชนะด้วยน้ำสะอาดครั้งที่ 2 และ 3 ตามลำดับ จนหมดคราบลื่นของน้ำยาล้างจาน
  • นำน้ำที่เหลือจากการล้างภาชนะไปขัดทางเดิน ลานบ้าน หรือท่อระบายน้ำ

3. ขั้นจัดเก็บ

  • รวบรวมภาชนะทั้งหมดที่ล้างเรียนร้อยแล้วใส่ในภาชนะที่ช่วยให้ขนย้ายได้ง่ายประหยัดเวลาและแรงงาน เพื่อนำไปคว่ำบนที่คว่ำภาชนะ
  • คว่ำภาชนะให้เป็นระเบียบ เรียงจากขนาดใหญ่ไปหาขนาดเล็ก เพื่อให้สะดวกในการเก็บ
  • ภาชนะที่เป็นพลาสติก ควรพึ่งในที่ร่ม อย่าให้ถูกแดดมาก เพราะพลาสติกจะกรอบเร็ว
  • เมื่อล้างภาชนะแห้งแล้ว เช็ดด้วยผ้าสะอาดเพื่อกำจัดฝุ่นละอองที่อาจปลิวมาติดในขณะที่ผึ่งไว้
  • นำภาชนะไปเก็บเข้าตู้ โดยแยกประเภทและขนาดให้เรียบร้อย จะได้สะดวกต่อการหยิบใช้                              แหล่งข้อมูล : https://patchanee.wikispaces.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E                                   สืบค้าข้อมุลเมื่อวันที่ 21/6 /2558

ตัวอย่างอุปกรณ์และสารเคมีที่ใช้ในการทำความภาชนะ



ตัวอย่างอุปกรณ์และสารเคมีที่ใช้ในการทำความสะอาดภาชนะ


        น้ำยาล้างจาน










        ฟองน้ำ



        สก๊อตไบรท์



        แปรงล้างขวดนม

เรียบเรียงข้อมูลโดยเจ้าของ blogspot

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วิธีการใช้หลอดทดลอง


วิธีการใช้หลอดทดลอง





ขอขอบคุณคลิปจาก : https://www.youtube.com/watch?v=buVEZw4fftw

สืบค้นเมื่อวันที่ 18/6/2558

คลิปแนะนำการใช้บีกเกอร์ที่ถูกต้อง




คลิปแนะนำการใช้บีกเกอร์ที่ถูกต้อง





ขอขอบคุณคลิปจาก : https://www.youtube.com/watch?v=PSQz1O5xmKM
     
                     สืบค้นเมื่อวันที่ 18/6/2558

หลอดทดลอง

หลอดทดลอง

                 


       หลอดทดลองมีหลายชนิดและหลายขนาด ชนิดที่มีปาก และไม่มีปากชนิดธรรมดา และชนิดทนไฟขนาดของ หลอดทดลอง ระบุได้ 2 แบบคือ ความยาวกับเส้นผ่าศูนย์กลางริมนอก หรือขนาดความจุเป็นปริมาตรดังแสดง ในตารางต่อไปนี้
ความ ยาว * เส้น ผ่าศุนย์กลางริมนอก
(มิลลิเมตร)
ความจุ
(มิลลิเมตร)
75 * 11
100 * 12
120 * 15
120 * 18
150 * 16
150 * 18
4
8
14
18
20
27

หลอดทดสอบส่วนมากใช้สำหรับทดลองปฏิกิริยาเคมีระหว่างสารต่างๆที่เป็นสารละลายใช้ต้มของเหลวที่มี ปริมาตรน้อยๆ โดยมีtest tube holder จับกันร้อนมือ
หลอดทดสอบแบบทนไฟจะมีขนาดใหญ่ และหนากว่าหลอดธรรมดาใช้สำหรับเผาสารต่างๆ ด้วยเปลวไฟโดย ตรงในอุณหภูมิที่สูงหลอดชนิดนี้ไม่ควรนำไปใช้สำหรับทดลองปฏิกิริยาเคมี ระหว่างสารเหมือนหลอดธรรมดา


แหล่งข้อมูล : http://nbschoolscitool.tripod.com/test_tube.htm
สืบค้นเมื่อวันที่  18/6/2558